Friday, 9 December 2022

10 สายพันธุ์สุนัขดุ ที่ไม่ควรไปมีเรื่องกับพวกมัน!!

สุนัขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสําหรับมนุษย์ พวกมันทั้งน่ารักซื่อสัตย์และขี้เล่น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายถึงสุนัขทุกตัวบนโลกใบนี้น่ะ ยังมีสุนัขอีกหลายสายพันธุ์ที่ยังคงมีสัญชาตญาณสัตว์ป่า เนื่องด้วยวัตถุประสงค์ในการเลี้ยงที่ผู้คนอาจต้องการปกป้องดูแลทรัพย์สิน เป็นสุนัขอารักขาใช้ในการล่าสัตว์หรือแม้แต่ในการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจ จึงทําให้เกิดสายพันธุ์สุนัขที่เต็มไปด้วยพละกําลังมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคม วันนี้ storymaker ขอเสนอ 10 สายพันธุ์สุนัขดุ ที่คุณไม่ควรไปมีเรื่องกับพวกมัน

สายพันธุ์สุนัขดุ

อันดับที่ 10 บูเทอเรีย

บูเทอเรียเป็นสุนัขนักสู้ มีความสามารถในการต่อสู้ทั้งกับสุนัขด้วยกันและสัตว์อื่นๆ นิยมเลี้ยงเพื่อใช้ในกีฬาต่อสู้ เป็นสุนัขที่กํายําเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ขนาดมาตรฐานสูงประมาณ 22 นิ้ว และมีน้ําหนักไม่เกิน 27 กิโลกรัม บูเทอเรียเป็นสัตว์เลี้ยงที่จงรักภักดีมาก มันจะอารักขาครอบครัว แต่เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีพลังมากและบางตัวมีแนวโน้มที่จะก้าวร้าว บูเทอเรียจึงต้องได้รับการฝึกให้เชื่อฟังและต้องฝึกให้เข้าสังคมตั้งแต่อายุยังน้อย มันไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสําหรับผู้เลี้ยงสุนัขมือใหม่

อันดับที่ 9 วูลฟ์ด็อก ไฮบริด

สุนัขสายพันธุ์นี้เป็นลูกผสมระหว่างหมาป่าสีเทากับสุนัขบ้าน พวกมันมีสัญชาตญาณในการปกป้องและดุร้าย พันธุ์นี้ต้องการเจ้าของที่มีบุคลิกที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์ที่จะรู้วิธีจัดการกับมัน อย่าลืมหาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อสุนัขพันธุ์นี้ ซึ่งในบางประเทศห้ามมิให้เป็นเจ้าของและเพาะพันธุ์ มีการถกเถียงกันมากในอเมริกาเหนือในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากความนิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้มากขึ้น แต่ยังไม่พร้อมที่จะจัดการกับมันทําให้ศูนย์พักพิงสัตว์ต้องเผชิญกับการรับเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ สัตวแพทย์กําลังเผชิญกับความกังวลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสําหรับวูลฟ์ด็อก ไฮบริด

อันดับที่ 8 บ๊อกเซอร์

บ๊อกเซอร์เป็นสุนัขที่น่าสนใจเพราะว่าพวกมันดูเหม่อเหม่ออย่างไม่น่าเชื่อในแง่ของรูปลักษณ์ เมื่อเราพูดถึงสุนัขบ๊อกเซอร์ หลายคนไม่รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน ปกติแล้วพวกมันเป็นสุนัขที่ร่าเริงและอยู่ร่วมในครอบครัวได้ดี พวกมันเป็นสุนัขล่าสัตว์และปัจจุบันส่วนใหญ่จะใช้เป็นสุนัขอารักขา บ๊อกเซอร์มีความจงรักภักดีอย่างยิ่งและจะทําทุกอย่างเพื่อปกป้องครอบครัวของมัน ดังนั้นมันจึงเป็นเพียงอันตรายต่อสัตว์อื่นๆและคนที่ไม่ได้อยู่ในครอบครัวของมันเท่านั้น พวกมันค่อนข้างดื้อรั้น ดังนั้นการฝึกอบรมจึงต้องสม่ําเสมอ พวกมันยังต้องการการออกกําลังกายมากเพื่อปลดปล่อยพลัง

อันดับที่ 7 โดเบอร์แมน พินสเชอร์

โดเบอร์แมน พินสเชอร์ มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์คือ ใบหูตั้งหลังตรงและรูปลักษณ์ที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา โดยความสูง 2-3 ฟุต และหนักกว่า 36 กิโลกรัม ชื่อฟินเชอร์มาจากคําภาษาเยอรมันที่หมายถึง นิสัยชอบโจมตีและกัดเหยื่อ นี่เป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ได้รับการอบรมมาหลายชั่วอายุคน ให้เป็นสุนัขจู่โจมที่สมบูรณ์แบบ ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกมันค่อนข้างอันตราย อย่าไปมีเรื่องกับพวกมันเชียวล่ะ

อันดับที่ 6 โดโก อาร์เจนติโน

Dogo Argentino ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ MASTIV Argentina เป็นหนึ่งในสุนัขไม่กี่สายพันธุ์ที่สามารถทําให้พิทบูลวิ่งหนีได้ สายพันธุ์นี้ถือว่าอันตรายมาก จนถูกห้ามเลี้ยงหลายๆประเทศเลยรวมถึงออสเตรเลีย สิงคโปร์ ยูเครน และสหราชอาณาจักร โดโก อาร์เจนติโน ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาเพื่อล่าสัตว์ใหญ่และปกป้องครอบครัว มีความดุดันมีไหวพริบและพลังที่ไร้การควบคุม ดังนั้นจึงต้องได้รับการฝึกตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อให้พวกมันอยู่ในสังคมได้อย่างสงบสุข

อันดับที่ 5 บลูมาสทิฟฟ์

บลูมาสทิฟฟ์ เป็นสุนัขที่ฉลาด แข็งแรงและกระฉับกระเฉง พวกมันมีนิสัยก้าวร้าวตามธรรมชาติ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม หากโดนมันกัดอาจถึงแก่ชีวิตได้ ด้วยน้ําหนัก 58 กิโลกรัมและยืนสูง 27 นิ้วหรือมากกว่านั้น บลูมาสทิฟฟ์ยังเป็นสุนัขอารักขา เนื่องจากพฤติกรรมเจ้าอารมณ์แต่เราสามารถควบคุมให้มันเชื่อฟังได้ โดยการฝึกอย่างสม่ําเสมอตั้งแต่ยังเด็ก

อันดับที่ 4 อเมริกันบูลด็อก

อเมริกันบูลด็อกยังคงเป็นสุนัขใช้งานที่ทรงพลังด้วยความสูงเพียง 30 นิ้วเท่านั้น อเมริกันบูลด็อกเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและหนักกว่า 45 กิโลกรัม เป็นรถถังเคลื่อนที่ดีๆนี่เอง พวกมันเป็นสุนัขที่มีลําตัวหนาและแข็งแรงซึ่งอันตรายมากเมื่อถูกมันโจมตี สาย สายพันธุ์นี้มีพลังกัดและสามารถกระโดดได้สูงและหนักพอที่จะทําให้มนุษย์ผู้ใหญ่หงายหลังนอนราบกับพื้นได้เลย

อันดับที่ 3 เยอรมัน เชฟเพิร์ต

ในสหรัฐอเมริกา เยอรมัน เชฟเพิร์ต เป็นสุนัขสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 หรือที่รู้จักกันในชื่ออัลเซเชี่ยน เยอรมัน cheppert เป็นสุนัขทํางาน ซึ่งถูกนํามาใช้ในกองทัพและกองกําลังตํารวจทั่วโลกในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เหตุผลสําหรับการเลือกนี้ที่ชัดเจนคือ เป็นสุนัขที่ฉลาดที่สุด ฉลาดและฝึกได้ เมื่อโจมตีจะโจมตีด้วยการกัดที่มีแรงมากกว่า 1060 นิวตัน สามารถต้านทานการคุกคามของมนุษย์ได้

อันดับที่ 2 ร็อตไวเลอร์

ร็อตไวเลอร์ เป็นหนึ่งสายพันธุ์ที่มักถูกมองว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่อันตรายที่สุดในโลก ร็อตไวเลอร์สูงถึง 25 นิ้ว และหนัก 54กิโลกรัมขึ้นไป พวกมันมีร่างกายที่ใหญ่ สุนัขพันธุ์นี้จะเป็นมิตรและปกป้องคนในบ้านมาก แต่สําหรับผู้มาเยี่ยมเยือนอาจมองว่าเป็นผู้บุกรุก นอกจากนี้ร็อตไวเลอร์ยังมีการกัดที่ทรงพลังอย่างน่าสยดสยองและพวกมันก็รู้วิธีใช้ให้ได้ผลดีด้วย แต่ร็อตไวเลอร์ก็มีความสงบและเชื่องอย่างเหลือเชื่อเมื่ออยู่กับครอบครัว ถ้ามีบุคคลที่ไม่คุ้นเคยอยู่ใกล้พวกมันหรือคนที่พวกมันรักพร้อมที่จะปกป้อง ซึ่งเหมาะสมแล้วที่ร็อตไวเลอร์ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในสุนัขยอดอารักขา

อันดับที่ 1 พิทบูล

พิทบูลได้รับการเลี้ยงให้เป็นอันตรายมาหลายชั่วอายุคน เช่น เป็นสุนัขล่าสัตว์และสุนัขต่อสู้ อีกเหตุผลหนึ่งที่พิษบูลถูกจัดว่าเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่อันตรายที่สุดก็คือ พวกมันมีรูปร่างที่ใหญ่ ซึ่งหนักประมาณ 36 กิโลกรัม กล้ามเนื้อแน่น มีขากรรไกรที่แข็งแรง และสัญชาตญาณนักฆ่าที่ยอดเยี่ยม จิตใจของนักสู้ ไม่เกรงกลัวต่อสัตว์อื่น รวมถึงมนุษย์ด้วย ยิ่งกว่านั้นพิทบูลมีลักษณะการกัดที่อันตรายที่สุดในบรรดาสุนัขทั้งหมด จับเขย่าอย่างดุร้าย ไม่ยอมปล่อย จึงทําให้การโจมตีของพิทบูลส่วนใหญ่ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่น่าสยดสยองหรือแม้กระทั่งถึงแก่ความตายเป็นสุนัขที่ไม่เหมาะกับผู้เลี้ยงมือใหม่ แต่หลายคนก็ยังยืนยันว่านี่เป็นเพียงผลผลิตจากการเลี้ยงดูของพวกมันและมีพิทบลูจํานวนมากที่นิสัยน่ารัก เป็นสัตว์เลี้ยงที่แสนเชื่อง

และนี่ก็คือ 10 สายพันธุ์สุนัขดุ ที่คุณไม่ควรมีเรื่องด้วย สุนัขบางสายพันธุ์ก็มีความก้าวร้าวโดยธรรมชาติมากกว่าพันธุ์อื่นอื่น แต่สุนัขทุกสายพันธุ์สามารถฝึกได้ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับเราผู้เลี้ยงที่จะทุ่มเทในการฝึกและใช้เวลากับสุนัขของเรา แม้แต่สุนัขสายพันธุ์ที่อันตรายที่สุด ก็สามารถเติบโตเป็นสุนัขที่ดีและมีมารยาทได้

สนับสนุนบทความโดย :: ivip9


fourteen − six =