Saturday, 1 April 2023

10 สายพันธุ์สัตว์แคระ สัตว์จิ๋ว น่ารักน่าเลี้ยง

สายพันธุ์สัตว์แคระ

หากใครเป็นคนขี้เหงาต้องการเพื่อนเล่นหรือเพื่อนคู่ใจเป็นสัตว์เลี้ยง แต่ว่าติดปัญหาที่พื้นที่มีจำกัดแล้วละก็ วันนี้เรา storymaker เลยลองหาสัตว์เลี้ยงที่มีขนาดไซส์มินิว่าจะมีสัตว์ชนิดไหนพันธุ์อะไรบ้างที่น่าสนใจ เผื่อไว้เป็นตัวเลือกให้กับทุกคนกันกับ 10 สายพันธุ์สัตว์แคระ สัตว์จิ๋ว น่ารัก น่าเลี้ยง

สายพันธุ์สัตว์แคระ มีอะไรบ้าง

เม่นแคระ

1. เม่นแคระ

เม่นแคระเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่มีหนามแหลมทั่วลำตัวแต่สามารถจับสัมผัสได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกสลัดขนใส่หากจับอย่างถูกวิธี อีกทั้งมันยังมีเสน่ห์เฉพาะตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการขดตัวม้วนกลมอันเป็นเอกลักษณ์ น่ารักโดดเด่นซึ่งเป็นการป้องกันตัวเองจากศัตรูนั่นเอง

ส่วนสายพันธุ์เม่นแคระที่นิยมเลี้ยงกันในประเทศไทยของเราคือ African Pygmy Hedgehog ที่มีขนาดความยาวลำตัวประมาณ 15 เซนติเมตร หางมีความยาว 2.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 500 ถึง 700 กรัมเพียงเท่านั้นเอง โดยปกติจะมีอายุขัย 5 ถึง 7 ปี แต่ถ้าเลี้ยงดีสักหน่อยถึง 10 ปีเลยทีเดียว

กระรอกแคระ

2. กระรอกแคระ

Dormouse หรือ ที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่ากระรอกจิ๋วด้วยลักษณะตัวคล้ายหนู ดวงตาดำกลมโต มีขนาดเพียงแค่ประมาณ 3 ถึง 4 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 20 ถึง 60 กรัม เท่านั้นเอง dormouseเป็นสัตว์ฟันแทะเช่นเดียวกับกระรอก แต่เป็นสัตว์สังคมแบบเดียวกับกระต่ายนิยมเลี้ยงรวมกันเป็นคู่หรือเป็นกลุ่ม

ซึ่งถ้าหากใครที่มีพื้นที่จำกัดในการเลี้ยงสัตว์ดอร์เมาส์ถือว่าตอบโจทย์มากๆ เพราะการจะเลี้ยงดอร์เมาส์เราใช้พื้นที่เพียงน้อยนิดก็สามารถเลี้ยงได้แล้ว เพียงแค่ตู้หรือกรงขนาด 30*20 เซนติเมตร ก็เพียงพอ อีกทั้งยังเหมาะกับวัยทำงานหรือนักเรียนนักศึกษาอีกด้วย เพราะพวกมันจะนอนหลับกลางวันแล้วจะตื่นขึ้นมากิน มาเล่นในเวลากลางคืน นั่นจึงทำให้เมื่อเราเลิกงานหรือเลิกเรียนกลับมาบ้านก็จะพบพวกมันกำลังวิ่งซนอยู่นั่นเอง

นกแก้วจิ๋ว

3. นกแก้วจิ๋ว

นกฟอพัสเป็นนกแก้วชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กที่สุด พวกมันมีความยาวเพียง 4 ถึง 6 นิ้ว และโดยทั่วไปมีน้ำหนัก 30 ถึง 35 กรัมเท่านั้นเอง จัดอยู่ในประเภทนกสวยงามสามารถพัฒนาสีสันได้เพิ่มมากขึ้น เป็นนกที่มีนิสัยร่าเริงและฉลาดสามารถฝึกให้เชื่องและปล่อยบินอิสระได้ และเลี้ยงในแหล่งชุมชนหอพักโดยไม่ส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านเหมือนนกขนาดใหญ่ชนิดอื่นมากจนเกินไป จึงเหมาะสำหรับนำมาเลี้ยงเป็นเพื่อนแก้เหงาได้ดีเลยล่ะ

กระต่ายแคระ

4. กระต่ายแคระ

Netherland Dwarf เป็นสายพันธุ์กระต่ายสำหรับเลี้ยงที่เป็นที่นิยม มีต้นกำเนิดในประเทศเนเธอร์แลนด์ สายพันธุ์นี้มีขนาดเล็กกว่าสายพันธุ์กระต่ายส่วนใหญ่ มีน้ำหนักอยู่ในช่วง 0.5 ถึง 1.6 กิโลกรัม ด้วยขนาดแค่นั้นมันยังถูกเรียกว่ากระต่ายแคระที่มีขนาดเล็กน่ารักน่าเอ็นดู จึงถูกใจใครหลายๆคน แม้ว่ากระต่ายแคระจะมีขนาดเล็กแต่มันก็ต้องการพื้นที่สักนิด เพื่อที่จะวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีของมันเอง

ลิงแคระ

5. ลิงแคระ

ลิงปิ๊กมี่มาโมเซทหรือที่หลายคนรู้จักกันดีในนามของลิงแคระ ซึ่งเป็นลิงโลกใหม่ถือว่าเป็นลิงที่มีขนาดเล็กที่สุดคือมีขนาดความยาวลำตัวเพียง 12 ถึง 15 เซนติเมตร หางยาว 17 ถึง 23 เซนติเมตร และมีน้ำหนักเพียง 100 ถึง 120 กรัม เท่านั้นเอง พวกมันมีอายุประมาณ 10 ปี

ลักษณะทั่วไปมีขนสีเหลืองน้ำตาลที่หางมีลายเป็นวงแหวนสีน้ำตาลเข้ม มีนิสัยอยู่รวมกันเป็นฝูงช่วยกันระวังศัตรู หากินบนต้นไม้ ซึ่งอาหารของพวกมันก็สามารถกินได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ใบไม้ แมลงต่างๆ แต่บางครั้งยังกินสัตว์เลื้อยคลานตัวเล็กๆอีกด้วย

สุนัขจิ๋ว

6. สุนัขจิ๋ว

ชิวาวาเป็นสายพันธุ์ของสุนัขที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยทั่วไปจะมีความสูง 16 ถึง 20 เซนติเมตร และมีน้ำหนักตัวประมาณ 2.5 ถึง 2.7 กิโลกรัม หลายคนมักจะคุ้นเคยกับคำเรียกพวกมันว่าหมากระเป๋า แต่ถึงแม้ตัวจะเล็กแต่ความมั่นใจนั้นสูงเกินร้อยไม่ชอบอยู่กับที่นิ่งๆและมีอายุยืนมากถึง 13 ถึง 15 ปีเลยทีเดียว ปัญหาสุขภาพก็ไม่ค่อยเจอเยอะเท่าสุนัขพันธุ์อื่น ใครชอบสุนัขพันธุ์เล็กจิ๋วที่ร่าเริง จะต้องลองเลี้ยงชิวาว่าดูแล้วจะไม่เหงาอย่างแน่นอน

หมูแคระ

7. หมูแคระ

หมูจิ๋วหรือหมู่แคระนั้นเชื่อว่าใครหลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้าง เพราะว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงใหม่ที่กำลังจะเป็นที่นิยมในต่างประเทศและเริ่มนิยมกันมากขึ้นในประเทศไทย สำหรับต่างประเทศอาจมีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน เช่น ไมโครพิก ทีคับพิก มินิพิก ซึ่งตัวมันมีลักษณะที่มีขนาดเล็กกว่าหมูทั่วไป ระยะเวลาในการเจริญเติบโตเต็มที่นั้นต้องใช้ 2-3 ปี และมีความสูง 14 ถึง 16 นิ้ว น้ำหนักอยู่ที่ 30 กิโลกรัม มีอายุขัยโดยเฉลี่ยประมาณ 15 ถึง 20 ปี มีค่าใช้จ่ายและการดูแลที่ต่ำมาก เลี้ยงดูได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีกลิ่น ไม่มีหมัด หากใครที่เป็นโรคภูมิแพ้สุนัขหรือแมว หมูจิ๋วนั้นก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเลยทีเดียว

แมวจิ๋ว

8. แมวจิ๋ว

หากจะพูดถึงแมวที่ตัวเล็กที่สุดนั้นก็คือ Rusty-spotted cat ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแมวที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่สำหรับสายพันธุ์ที่จะหาเลี้ยงกันได้นั้น จะต้องเป็นแมวสายพันธุ์สิงหปุระที่มีขนาดใหญ่ที่สุดได้ถึง 3.75 กิโลกรัม ซึ่งถือได้ว่าเป็นสายพันธุ์แมวที่ได้รับการยอมรับว่ามีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาแมวสายพันธุ์แท้ทั้งหลาย แถมมันยังมีดวงตาและใบหูที่ใหญ่โตซึ่งเป็นจุดเด่นที่ดูน่ารักมาก สิงหปุระเป็นแมวตัวน้อยที่ขี้สงสัยชอบประจบขี้เล่นและไม่มีนิสัยทำลายข้าวของ แมวพันธุ์นี้ฉลาดมากและชอบเล่นกับคน แม้ว่าจะเข้าสู่ช่วงสูงวัยแล้วก็ตาม และยังเข้ากันได้ดีกับแมวตัวอื่นๆได้ดีอีกด้วย

งูหลาม

9. งูหลาม

งูบอลไพธอนหรืองูหลามบอล เป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมซึ่งเป็นงูในวงศ์งูหลาม งูเหลือม ชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดจากทวีปแอฟริกาพบตั้งแต่แอฟริกากลางไปจนถึงแอฟริกาตะวันตก โดยปกติแล้วงูบอลไพธอนมักจะใช้ชีวิตอยู่บนพื้นดินมากกว่าอยู่บนต้นไม้ พวกมันถูกนำมาเพาะพันธุ์เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงมานานพอสมควรแล้ว เนื่องจากมีนิสัยที่ไม่ก้าวร้าว นอกจากนี้ยังมีสีสันและลวดลายสวยงาม อีกทั้งยังมีขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับงูในกลุ่มบอลไพธอนอื่นๆ นั่นจึงทำให้มันเป็นงูหลามที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ด้วยขนาดใหญ่สุดของชนิดนี้จะยาวเพียงแค่ 1.5 เมตรเท่านั้นเอง

มด

10. มด

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันจิ๋วมากๆกับมด ซึ่งปัจจุบันการเลี้ยงโหมดก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเนื่องจากใช้พื้นที่น้อยและมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก แถมยังมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกเลี้ยง อีกทั้งพวกมันเป็นสัตว์ที่อยู่กันอย่างเป็นสังคมมีระบบการปกครองแบบวรรณะ

ซึ่งจะมีทั้งหมดหลักอยู่ 3 วรรณะ ประกอบด้วยนางพญาที่จะมีหน้าที่ออกไข่เท่านั้น มีมดวรรณะสืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมียที่มีหน้าที่ขยายอาณาจักรและมดงานคือมดวรรณะที่ทำงาน

ซึ่งผู้เลี้ยงจะได้เห็นวงจรชีวิตของมดได้อย่างชัดเจนว่าพวกมันทำอะไรกันบ้างและหน้าที่ของมดแต่ละวรรณะที่แตกต่างกันล้วนมีความสำคัญและน่าสนใจอย่างไร อีกทั้งยังสร้างความเพลิดเพลินเสริมสมาธิและยังได้ความรู้อีกด้วยนะ

และนี่ก็เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้นหากใครสนใจที่จะเลี้ยงสัตว์ชนิดไหนก็แล้วแต่ อย่าลืมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะรับน้องๆมาเลี้ยงจะได้มีความสุขสนุกสนานในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันทั้งคนและสัตว์เลี้ยงกันนะ

สนับสนุนโดย :: ufa656


2 × 3 =