Friday, 9 December 2022

เดินลดไขมัน ควรเดินวันละกี่ก้าว?

เดินลดไขมัน

การเดินเป็น 1 ในการออกกําลังกายที่ดีที่สุดสําหรับการลดน้ําหนักและก็ลดไขมัน แต่เพื่อนๆเคยสงสัยไหมว่า ควรเดินวันละกี่ก้าว หรือใน 1 อาทิตย์ เราควรเดินให้ได้กี่นาทีถึงจะเห็นผล ต่อมาการเดินมีประโยชน์เด่นๆอะไรบ้าง ช่วยให้เราลดไขมันได้จริงหรือเปล่าหรือช่วยให้ร่างกายเราเผาผลาญพลังงานกี่แคลอรี่กันแน่ วันนี้เรา storymaker จะมาแนะนําทุกอย่างที่เพื่อนๆต้องรู้เกี่ยวกับการ เดินลดไขมัน เพื่อลดน้ําหนักจะมีอะไรบ้างตามไปดูกันเลย

เดินลดไขมัน ได้จริงหรือไม่

อย่างที่เพื่อนๆรู้ว่าเราควรออกกําลังกายหรือการเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรงและจริงๆแล้วการที่เราอ้วนขึ้นหรือร่างกายเรามีไขมันมากมันก็อาจจะไม่ได้เกิดจากการกินอาหารเพียงอย่างเดียว เพราะการที่เราไม่ออกกําลังกายเลยก็อาจจะทำให้ร่างกายเราสามารถเผาผลาญพลังงานแคลอรี่ได้น้อยลงเรื่อยๆนั่นเอง นอกจากนี้งานวิจัยหลายชิ้นยังพบว่าการออกกําลังกายอย่างสม่ําเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆได้เลยทันที โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นต้น

3 ประโยชน์ของการเดินออกกำลังกาย

ข่าวดีคือจากการศึกษาพบว่าการที่เราเดินออกกําลังกายบ่อยขึ้น อาจจะช่วยให้เราลดไขมันได้ดีขึ้นเรื่อยๆและไม่กลับมาอ้วนขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้การเดินยังเป็นการออกกําลังกายแบบ low impact หรือที่มีแรงกระแทกต่ําที่ได้ผลดีและไม่ว่าระดับความฟิตของเพื่อนๆ จะมากน้อยแค่ไหน เราก็สามารถเริ่มเดินและเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้เลยทันที เมื่อเพื่อนๆความเข้าใจมากขึ้นแล้วเรามาดู 3 ประโยชน์เด่นๆของการเดินออกกำลังกายกันว่ามีอะไรบ้าง

1. การเดินอาจจะช่วยให้เราเบิร์นแคลอรี่ได้มากขึ้น

โดยทั่วไปร่างกายเราจะมีการเผาผลาญพลังงานเพื่อมาใช้ในกระบวนการต่างๆอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น การเต้นของหัวใจและการหายใจของปอด เป็นต้น และเมื่อเราเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้นเช่นเดินออกกําลังกายมากขึ้น ร่างกายเราก็จะดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้นด้วยนั่นเอง งานวิจัยก็ยืนยันมาด้วยว่าการที่ร่างกายเราใช้พลังงานแคลอรี่ออกไปมากกว่าที่เอาเข้าไปจะช่วยให้เราลดน้ําหนักได้ดีขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้กลุ่มคนที่ออกกําลังกายเป็นประจํา นอกจากจะสามารถเผาผลาญพลังงานแคลอรี่ได้มากขึ้นแล้ว ร่างกายของกลุ่มผู้เข้าทดลองยังจะมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินที่ดีขึ้น ทําให้อาหารที่กินเข้าไปจะถูกเผาผลาญไปใช้เป็นพลังงานมากกว่าที่จะถูกเก็บไว้เป็นไขมันนั่นเอง

การเดินคือการออกกําลังกายแบบคาร์ดิโอที่มีความเข้มข้นต่ําช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้นอีกด้วย จากการศึกษายังพบว่าการเดินประมาณ 1.5 กิโลเมตรจะช่วยให้ร่างกายเราเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 100 แคลอรี่และรูปแบบของการเดินออกกําลังกายที่แนะนําก็คือการเดินเร็วที่เราจะใช้ความเร็วประมาณ 80-100 ก้าวต่อนาที เพื่อกระตุ้นให้ปอดแล้วก็หัวใจทํางานเร็วขึ้นนั่นเอง เพื่อนๆรู้ไหมว่าการเดินเร็วอาจจะช่วยให้ร่างกายเราเผาผลาญไขมันได้ดีไม่ต่างกันกับการวิ่งเลย เพราะมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่พบว่ากลุ่มผู้เข้าทดลองที่เดินเร็ว 5 กิโลต่อชั่วโมง จะสามารถเผาผลาญพลังงานแคลอรี่ได้ประมาณ 90 แคลอรี่ต่อระยะทาง 600 เมตร กลุ่มที่วิ่งที่ใช้ความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะสามารถเผาผลาญพลังงานแคลอรี่ได้มากกว่าแค่ 23 แคลอรี่เท่านั้นเอง ท้ายสุดถ้าเพื่อนๆอยากท้าทายร่างกายและเร่งการเผาผลาญไขมันมากขึ้น เราอาจจะเริ่มเดินบนลู่วิ่งที่ใช้ความชันหรือว่าเดินขึ้นลงบนเนินเขาเป็นต้น

2. การเดินอาจจะช่วยเราลดไขมันหน้าท้องได้เร็วขึ้น

ไขมันหน้าท้องนอกจากจะทําให้เรารําคาญและไม่มั่นใจแล้ว ยังเป็นสาเหตุต้นต้นของโรคเรื้อรังต่างๆโดยเฉพาะโรคหัวใจและโรคเบาหวานด้วย ดังนั้นนักวิจัยจึงแนะนําว่าผู้หญิงไม่ควรมีขนาดรอบเอวเกิน 35 นิ้ว หรือประมาณ 88 เซนติเมตร จากการศึกษาพบอีกว่าหนึ่งในวิธีลดไขมันหน้าท้องที่ดีที่สุดก็คือการออกกําลังกายแบบคาดิโอ เช่น การเดินเร็วนั่นเอง เพราะนักวิจัยพบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว กลุ่มผู้หญิงที่เดินออกกําลังกาย 50-70 นาที 3 ครั้งต่ออาทิตย์ เป็นเวลา 3 เดือน จะสามารถลดขนาดรอบเอวได้มากกว่าถึง 2.8 เซนติเมตร และลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายได้มากกว่าถึง 1.5 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย

งานวิจัยอีกชิ้นก็พบอีกด้วยว่าการเดินออกกําลังกายประมาณ 30-60 นาที 5 ครั้งต่ออาทิตย์ อาจจะช่วยให้เราลดขนาดรอบเอวได้มากถึง 3.7 เซนติเมตรและลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายได้มากถึง 1.3 เปอร์เซ็นต์ภายในระยะเวลาแค่ 12 อาทิตย์อีกด้วย ดังนั้นถ้าเพื่อนๆอยากจะลดไขมันหน้าท้องและลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายให้เห็น six pack และเลขสิบเอ็ดชัดขึ้น เราอาจจะเริ่มเดินเร็วประมาณวันละ 30-60 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ และอย่างที่กริ่นไปว่าการเดินเป็นการออกกําลังกายแบบ low impact ที่มีความเข้มข้นต่ําและเราก็สามารถทําได้ทุกวัน

3. การเดินออกกําลังกายอาจจะลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้

ในระหว่างที่เรากําลังลดน้ําหนักและลดไขมันถ้าเราออกกําลังกายมากเกินไปและกินอาหารน้อยเกินไป ร่างกายก็อาจจะมีความเครียดมากขึ้น เสี่ยงที่จะขาดสารอาหารและเสี่ยงที่จะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อมากขึ้นได้ จนอาจจะมีผลทําให้ประจําเดือนขาด ผมร่วงและระบบเผาผลาญพังได้นั่นเอง ดังนั้นการสร้างมวลกล้ามเนื้อและลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อระหว่างการลดไขมันจึงสําคัญมากๆงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการเดินออกกําลังกายอาจจะช่วยลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อระหว่างการลดไขมันได้ดี ซึ่งก็จะช่วยให้ระบบเผาผลาญทํางานดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่จะกลับมาอ้วนอีกหรือว่าโยโย่นั่นเอง ดังนั้นนอกจากเพื่อนๆจะกินโปรตีนและเล่นเวทเทรนนิ่งมากขึ้นแล้ว เราก็ควรเดินออกกําลังกายมากขึ้นด้วยดีกว่า

เพื่อนๆจะเห็นแล้วว่าในการลดน้ําหนักและก็ลดไขมันให้ได้ผลดีขึ้นเรื่อยๆและไม่กลับไปอ้วนอีก เราควรมีการเดินออกกําลังกายควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารให้ดีขึ้นด้วย สําหรับเพื่อนๆที่เพิ่งเริ่มเดินออกกําลังกายผู้เชี่ยวชาญแนะนําว่าเราควรเดินออกกําลังกายให้ได้ประมาณอาทิตย์ละ150 นาที โดยใช้ความเร็วประมาณ 80-100 ก้าวต่อนาที

ต่อมาการเดินเป็นการออกกําลังกายที่มีความเข้มข้นต่ําที่เราสามารถทําได้ทุกวันและเราไม่จําเป็นต้องเดินให้จบภายในรวดเดียว เช่น อาจจะเดินในตอนเช้า 10 นาที และมาเดินต่ออีก 20 นาทีในตอนเย็น เป็นต้น เมื่อร่างกายเรามีความแข็งแรงมากขึ้น เราสามารถบริหารเวลาได้ดีขึ้นและอยากจะลดไขมันให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะไขมันหน้าท้องเราก็อาจจะเริ่มเดินมากขึ้นให้ได้วันละ60 นาที ประมาณ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ และถ้าเพื่อนๆมีแอปพลิเคชั่นที่สามารถนับก้าวได้ เราก็อาจจะเดินให้ได้ประมาณอาทิตย์ละ 35000 ก้าว เพราะการออกกําลังกาย 1 ชั่วโมง จะเท่ากับจํานวนก้าวประมาณ 7000 ก้าวนั่นเอง

สนับสนุนโดย :: sa1688


9 + seventeen =