Friday, 9 December 2022

ประเด็นน่าสนใจ เกี่ยวกับการค้นพบ พิมพ์เขียว ที่มาของ พีระมิด

พีระมิด

พีระมิด หนึ่งในปริศนาระดับโลกที่อยู่คู่กับมนุษยชาติมาอย่างยาวนาน กับคําถามที่ว่า ชาวอียิปต์โบราณใช้วิธีใดในการสร้างพีระมิด โดยตลอดเวลาที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีก็ทําได้เพียงแค่อธิบายว่าก้อนหินขนาดใหญ่ที่ใช้ในการสร้างพีระมิดนั้นถูกขนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างไรเท่านั้น แต่วิธีที่พวกมันถูกยกขึ้นไปในอากาศในความสูงถึง 481 ฟุต และถูกวางเรียงกันจนออกมาเป็นสิ่งปลูกสร้างรูปทรงสามเหลี่ยมขนาดมหึมาได้อย่างไรนั้น ก็ยังเป็นปริศนาที่ยังไม่ได้รับการไขให้กระจ่าง

แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการค้นพบพิมพ์เขียวที่จะสามารถไขความจริงให้กับปริศนาที่ว่า พีระมิดนั้นถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร ซึ่งหลังจาก ค้นพบนั้นนักอียิปต์วิทยาก็ได้ใช้เวลาในการวิเคราะห์และตรวจสอบเป็นเวลานาน กว่าจะมีข้อสรุปเพิ่มเติมเปิดเผยออกมา ไปติดตามเรื่องราวกันได้ใน 7 ประเด็นน่าสนใจ เกี่ยวการค้นพบพิมพ์เขียว ที่มาของพีระมิด

7 ประเด็นน่าสนใจที่มาของ พีระมิด

1. การค้นพบพิมพ์เขียวม้วนกระดาษปาปิรุส

เมื่อหกปีก่อนในปี 2016 นักโบราณคดีได้ค้นพบพิมพ์เขียวม้วนกระดาษปาปิรุสหรือก็คือม้วนกระดาษปาปิรุสที่อธิบายวิธีการขนส่งและนําวัสดุใช้ในการก่อสร้างมหาพีระมิดแห่งกีซ่ามาจากที่ห่างไกลได้อย่างใด ซึ่งการค้นพบในครั้งนี้ก็นับว่าเป็นการค้นพบความเป็นจริงในอียิปต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 21 ซึ่งถึงแม้พิมพ์เขียวจะถูกค้นพบตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน แต่เพราะว่าถูกเขียนด้วยอักษรเฮียโรกลิฟฟิก ทำให้ทีมนักวิจัยและนักภาษาศาสตร์ต้องใช้เวลานานในการแกะข้อมูลและเนื้อหาภายในนั้นออกมา ทําให้เนื้อของพิมพ์เขียวนั้นเพิ่งจะถูกปล่อยออกมาเมื่อช่วงต้นปี 2022 นั่นเอง

2. หินปูนที่ใช้ในการก่อสร้างพีระมิดถูกขนส่งผ่านระบบคลองส่งน้ํา

ในพิมพ์เขียวได้มีการบันทึกเอาไว้ เหมืองหินปูนในเมือง Tura ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 12 ไมล์ ในทางใต้ของกรุงไคโร ประเทศอียิปต์นั้น ใช้เรือในการขนส่งปูนข้ามแม่น้ําไนล์ไปยังเมืองกีซ่าผ่านคลองที่ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษได้ยังไง ซึ่งภายหลัง เรือดังกล่าวก็ถูกขนพบที่ด้านล่างของมหาพีระมิด โดยในสมัยก่อนหลังจากที่เรือข้ามแม่น้ํามาแล้ว หินปูนก็จะถูกย้ายลงมาจากเรือ และวางเอาไว้ใกล้กับบริเวณก่อสร้าง โดยที่คนงานเชือกผูกมันเอาไว้และลากต่อกันไปในรูปแบบของรถไฟมนุษย์ ซึ่งคนงานใช้วิธีนี้ในการขนส่งหินปูนรวมทั้งหมดประมาณ 170,000 ตัน ที่ใช้ในการสร้างมหาพีระมิดนั่นเอง

พีระมิด กีซา

3. น้ําหนักของหินแต่ละก้อนที่ถูกใช้ในการสร้างมหาพีระมิด

มหาพีระมิดกีซ่านั้นประกอบด้วยหินจํานวนประมาณ 2.3 ล้านก้อน ซึ่งแต่ละก้อนนั้นก็มีขนาดใหญ่มากและมีน้ําหนักมากถึง 2.5-15 ตันต่อก้อน ทําให้เมื่อมีการใช้หินที่มีขนาดและน้ําหนักมากขนาดนี้ต่อกันขึ้นไป เป็นมหาพิระมิดกีซ่าที่มีความสูงถึง 481 ฟุต เมื่อเวลาผ่านไปโครงสร้างของพีระมิดจึงจมลงไปในทรายเล็กน้อยทําให้ตอนนี้มหาพีระมิดกีซ่ามีความสูงเพียง 455 ฟุตเท่านั้น

4. การขุดแร่ทองแดง องค์ประกอบสําคัญ เครื่องมือสําหรับตัดหิน

การออกเดินทางเพื่อขุดแร่ทองแดงในการนํามาทําเครื่องมือสําหรับตัดหินที่ใช้ในการสร้างพีระมิดของชาวอียิปต์ นับว่าเป็นเรื่องสําคัญ เนื่องจากหินแต่ละก้อนที่ถูกนํามาใช้ในการสร้างมหาพีระมิดนั้น มีขนาดที่ใหญ่มาก คนงานจึงต้องการเครื่องมือที่มีความแข็งแรงมากพอ ในการที่จะตัดพวกมันให้เหลือเป็นขนาดที่ต้องการ ทําให้คนงานต้องออกเดินทางข้ามเรดซี เพื่อที่จะไปขุดแร่ทองแดงและขนส่งกลับมายังกีซ่าทาเรือง ที่จะจอดที่ท่าเรือวารีอัลบัฟ ที่อยู่ห่างจากเมืองกีซ่าหลายร้อยไมล์ ซึ่งนอกจากแร่ทองแดงแล้ว คนงานก็ยังต้องนําเข้าแร่ธาตุอื่นๆมาใช้ในการผลิต เครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้างมหาพีระมิดอีกด้วย

5. การใช้จํานวนแรงงานคน 100,000 คนในการสร้างพีระมิด

ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถระบุตัวเลขที่แน่นอนของจํานวนแรงงานที่ถูกใช้ในการสร้างพีระมิดขึ้นได้ แต่ก็มีการตั้งสมมติฐานของนัก ประวัติศาสตร์ชาวกรีกที่ชื่อว่า Herodotus ในอดีต ว่ามหาพีระมิดนี้สร้างขึ้นโดยใช้แรงงานคนถึงหนึ่งแสนคน แม้ว่านักอียิปต์วิทยาในปัจจุบันหลายคนคิดว่าจริงๆแล้ว แรงงานคนงานที่ใช้ในการสร้างมหาพีระมิดแห่งนี้ น่าจะมีเพียงแค่ 20,000-30,000 คนเท่านั้น โดยนักอิยิปต์วิทยาชื่อดังอย่าง Zahi Hawass ก็ออกมาบอกว่า ตัวเขาเองนั้นเชื่อว่ามีการใช้แรงงานชาวอียิปต์โบราณเพียงแค่ 36,000 คนเท่านั้นในการสร้างมหาพีระมิดแห่งกีซ่า แต่ในปัจจุบันเราก็ยังไม่สามารถทราบถึงตัวเลขที่แน่นอนได้อยู่ดี

พีระมิดกีซา

6. ทรายเปียกกับการขนส่งก้อนหินขนาดมหึมา

ในปี 2014 ได้มีนักวิจัยจาก University of Amsterdam และ Foundation for Fundamental Research on Matter ได้จําลองวิธีการที่ชาวอิยิปต์โบราณใช้ในการขนส่งก้อนหินขนาดมหึมาที่มีน้ําหนักมากผ่านผืนทรายในทะเล นั่นก็คือการทําให้ทรายเปียก พวกเขาทดลองทําให้ทรายบนทะเลทรายนั้นเปียกจนกลายเป็นเส้นทาง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่ว่าการขนย้ายหินบนทรายที่เปียกนั้นง่ายกว่าการขนย้ายบนทรายแบบธรรมดาเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อทรายเปียกพวกมันจะเกาะติดกันเป็นก้อนและแข็งกว่าทรายที่แห้ง ทำให้คนงานใช้แรงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นในการขนย้ายหินผ่านเส้นทางทรายเปียก และนอกจากนี้นักวิจัยยังมีการตั้งข้อสังเกต เพื่อนํามาใช้ในการยืนยันแนวความคิดนี้ จากภาพวาดในพิมพ์เขียวที่เป็นภาพวาดจากเมื่อ 1,800 ปีก่อนคริตกาล ที่แสดงให้เห็นคนงานได้มีการเทน้ําลงบนทรายเพื่อให้เลื่อนโลงศพไปยังหลุมฝังศพได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

7. สมุดบันทึกแห่ง Merer

ความจริงแล้วก่อนหน้าจะพบพิมพ์เขียวในปี 2016 ก่อนหน้านั้นสองปีหัวหน้าทีมนักวิจัยชาวอิยิปต์และฝรั่งเศส Pierre Tallet และ Gregory Marouad ได้ค้นพบสมุดบันทึกปาปิรุสเล่มหนึ่งที่เขียนขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ที่มีชื่อว่า Merer ที่เป็นหนึ่งในแรงงานในการก่อสร้างมหาพีระมิดแห่งกีซ่า และที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุดบันทึกของเขานั่นก็คือ เขาเป็นคนแรกของโลกที่เขียนบันทึกและอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนของการสร้างมหาพีระมิดเอาไว้ โดยนักโบราณคดีและนักวิจัยจากอียิปต์และฝรั่งเศสได้ค้นพบสมุดบันทึกของเขาที่บริเวณท่าเรือวาดิชอ่าวกราฟ ใกล้กับทะเลเรดซี หรือทะเลแดงที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งของประเทศอียิปต์

โดยในสมุดบันทึกของ Merer ได้มีการกล่าวถึงการที่เขาต้องทํางานให้กับผู้สูงศักดิ์ Ankh-haf ผู้ที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายต่างมารดาของฟาโรห์คูฟู และเขามีหน้าที่ดูแลชายหนุ่มมากกว่า 40 คน ทําให้สมุดบันทึกของ Merer ได้กลายเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า Ankh-haf นั้นเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบในการก่อสร้างมหาพีระมิดนั่นเอง ซึ่งต่อมาข้อมูลเหล่านี้ก็ได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารของ Near Eastern Archaeology ในปี 2014 โดย Pierre และ Gregory ผู้ค้นพบนั่นเอง

และนี่คือข้อมูลทั้งหมดที่ปรากฏในพิมพ์เขียวม้วนกระดาษปาปิรุส และจากข้อมูลในสมุดบันทึกแห่ง Merer ที่ได้รับการยืนยันแล้วทั้งจากทางนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักโบราณคดี และนักอิยิปต์วิทยาในปัจจุบัน และถึงแม้ว่าจะยังคงมีอีกหลายทฤษฎีเกี่ยวกับการสร้างพีระมิด ที่ยังไม่ได้รับการยืนยันหรือมีหลักฐานที่แน่นพอ แต่ที่เรารู้แน่นอนจากการค้นพบเจอหลักฐานใหม่อย่างพิมพ์เขียวและสมุดบันทึก นั่นก็คือพีระมิดนั้นไม่ได้ถูกสร้างโดยมนุษย์ต่างดาวอย่างแน่นอน และพีระมิดก็ถูกสร้างขึ้นมาจากผลงานของมนุษย์อย่างแท้จริงนั่นเอง

สนับสนุนบทความโดย :: Live22


3 × 1 =