Tuesday, 11 June 2024

ประวัติศาสตร์ฮาวาย ก่อนกลายเป็นหนึ่งในรัฐของอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

02 Mar 2023
254

ประวัติศาสตร์ฮาวาย

ฮาวายคือกลุ่มเกาะภูเขาไฟในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง ในปัจจุบันเรารู้จักฮาวายในฐานะเกาะที่เป็นรัฐหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่กว่าจะมาเป็นดินแดนสวรรค์ที่สวยงามจนถึงทุกวันนี้ เรื่องราวของเกาะแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและมีความลึกซึ้งอีกมากมาย และในวันนี้เรา storymaker ได้ทำการสรุปมาให้ทุกท่านได้อ่านกันใน ประวัติศาสตร์ฮาวาย ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในรัฐของอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเป็นอย่างไรไปดูกันครับ

ประวัติศาสตร์ฮาวาย มีความเป็นมาอย่งไร

1. ฮาวายพื้นเมือง

ในช่วงประมาณศตวรรษที่ 7 ชาวโพลีนีเซียนจากตาฮิติและมาร์เคซัสเป็นชนชาติกลุ่มแรกที่ตั้งถิ่นฐานในฮาวายที่ประกอบไปด้วยเกาะอีสเตอร์พวกเขาสร้างวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อความอยู่รอดบนเกาะที่ห่างไกลเหล่านี้

สังคมพื้นเมืองของชาวฮาวายดั้งเดิมพัฒนาขึ้นจากระบบวรรณะ ผู้คนที่เกิดมาจะอยู่ในชนชั้นต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วย วรรณะของกษัตริย์ นักบวช และวรรณะทาส หมู่เกาะเหล่านี้ยังได้พัฒนาระบบการถือครองที่ดินที่คล้ายกับระบบศักดินาของยุโรปประชาชนจะถูกปกครองโดยสิ่งที่เรียกว่าคาปูร์หรือกฏทางศาสนาที่มาจากการบูชาเทพเจ้าของชาวฮาวาย

ชาวพื้นเมืองฮาวาย

ในแต่ละเกาะจะมีการพัฒนาการค้าของตนเอง ตัวอย่างเช่น ชาวโออาฮูได้กลายเป็นผู้ผลิตผ้า ในขณะที่ชาวเมาอิจะเชี่ยวชาญในการพายเรือแคนนู เป็นต้น จนในที่สุดก็เกิดดินแดนและผู้นำที่แตกต่างกันถึง 4 แห่งได้แก่ Hawaii Maui Oahu และ Kauai

ในปี 1810 จักรพรรดิคาเมฮาเมฮาที่ 1 (King Kamehameha l) ก็ได้ร่วมประมุขเหล่านี้เป็นอาณาจักรเดียวภายใต้ระบอบราชาธิปไตย ซึ่งได้ปกครองจนสิ้นพระชนม์ในปี 1819

ต่อมากษัตริย์คาเมฮาเมฮาที่ 2 (King Kamehameha ll) ผู้เป็นพระราชโอรสก็ปกครองต่อและตามด้วยการปกครองของกษัตริย์คาเมฮาเมฮาที่ 3

คณะผู้แทนฮาวาย

ในปี 1840 กษัตริย์คาเมฮาเมฮาที่ 3 ยอมสละอำนาจโดยสมัครใจเพื่อสร้างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นการช่วยสร้างสิทธิของพลเมืองและมีการตั้งรัฐบาลที่แยกออกเป็น สาขาบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ เขาได้ส่งคณะผู้แทนไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรปในปี 1842 ส่งผลให้มีการรับรองเอกราชของฮาวายในสนธิสัญญาที่ลงนามโดยมหาอำนาจต่างประเทศหลายแห่งของโลกในปีต่อมา

ยุคอาณานิคมและการย้ายถิ่นฐานของฮาวาย

2. ยุคอาณานิคมและการย้ายถิ่นฐานของฮาวาย

ย้อนกลับไปในปี 1778 กัปตัน James Cook นักเดินเรือชาวอังกฤษได้ลงจอดที่เกาะ Kauai และทำการสำรวจเกาะรอบๆซึ่งเขาได้เรียกชื่อเกาะแห่งนี้ว่าหมู่เกาะแซนด์วิช และได้กลายเป็นชื่อที่ชาวอาณานิคมใช้กันในภายหลัง ชาวฮาวายพื้นเมืองเชื่อว่ากัปตันคุกคือเทพเจ้าโลโน เนื่องจากเสากระโดงเรือของเขาคล้ายกับสัญลักษณ์ของโลโนในพิธีกรรมทางศาสนา

กัปตันคุกเสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุลมุนระหว่างชาวฮาวายพื้นเมืองและลูกเรือของเขาที่ได้กล่าวหาว่า คนท้องถิ่นทำการขโมยเรือจึงทำให้ศพของเขาถูกเผาและฝังในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งบนเกาะ

Ka’ahumanu

ในปี 1819 ราชินี Ka’ahumanu แห่งฮาวายซึ่งเป็นพระมเหสีของกษัตริย์คาเมคาเมฮาที่ 1 ได้รับเลือกให้เป็นมิชชันนารีนิกายโปรเตสแตนต์คนแรก และในปี 1820 บาทหลวง Hiram Bingham และเหล่ามิชชันนารีของเขาได้เดินทางมาถึงไครัว จนกระทั่งอีก 40 ปีต่อมา พวกเขาก็ทำการก่อตั้งโบสถ์และชุมชนคริสต์ต่างๆไปทั่วทั้งเกาะฮาวาย

นักล่าวาฬในยุโรปและอเมริกาก็เริ่มเข้ามาในช่วงทศวรรษที่ 1820 ซึ่งเปลี่ยนเกาะฮาวายจากการค้าขายแลกเปลี่ยนไปเป็นเศรษฐกิจที่ใช้เงินสด ทศวรรษนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจการเกษตรที่อิงกับพืชผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำตาลและกาแฟ ซึ่งดำเนินการโดยเกษตรกรชาวอเมริกันผิวขาวที่ร่ำรวย

ฮาวาย

สวนผลไม้และน้ำตาลเหล่านี้ต้องการคนงาน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดี จึงทำให้เจ้าของพื้นที่เพาะปลูกได้นำแรงงานรับจ้างที่อพยพเข้ามาเป็นจำนวนมากจากญี่ปุ่น จีน ฟิลิปปินส์ เกาหลี และโปรตุเกส เข้ามาอาศัยอยู่ในฮาวาย ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประชากรท้องถิ่นจากในปี 1853 ชาวฮาวายพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ซึ่งคิดเป็น 97%ของประชากรบนเกาะก็ได้ลดลงเหลือ16%ในปี 1923 นั่นเอง

ฮาวาย

3. การล้มล้างสถาบันกษัตริย์

แม้ว่ากษัตริย์คาเมฮาเมฮาที่ 3 จะยอมสละอำนาจโดยสมัครใจในปี 1840 แต่ระบอบราชาธิปไตยก็ยังคงหลงเหลืออยู่จนกระทั่งในปี 1877 ได้ถูกปลดออกจากอำนาจทั้งหมด เมื่อชาวพื้นเมืองฮาวายกลุ่มหนึ่งและชาวต่างชาติที่เป็นพลเมืองอเมริกันบังคับให้กษัตริย์ Kkalakkaua ลงนามในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เรียกกันว่ารัฐธรรมนูญดาบปลายปืน และตั้งตนเป็นรัฐบาลเมื่อกษัตริย์ Kkalakkaua สิ้นพระชนม์ในปี 1891 เขาก็มอบอำนาจให้กับราชินี Liliuokalani ที่ซึ่งพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญของฮาวายแต่ก็ไม่สำเร็จ

การล้มล้างสถาบันกษัตริย์ของฮาวาย

ในปี 1893 กลุ่มนักธุรกิจน้ำตาลและสับปะรดที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของสหรัฐได้ล้มล้างระบอบกษัตริย์ของฮาวายและราชินี Liliuokalani จนสำเร็จ พวกเขาจึงได้ผลักดันให้ผู้นำการรัฐประหาร อย่าง Sanforf Ballard Dole ซึ่งเป็นสมาชิกของครอบครัวที่ก่อตั้งบริษัท ฮาวาเอี้ยน พายแอปเปิล หรือในปัจจุบันรู้จักกันในชื่อบริษัทโดฟู้ด ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฮาวาย

ฮาวายถูกผนวกเข้ากับสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการในปี 1898 เพื่อใช้เป็นฐานทัพเพื่อต่อสู้กับชาวสเปนในเกาะกวมและเกาะฟิลิปปินส์ในช่วงสงครามสเปน-อเมริกา

ฮาวายสู่สงครามโลกครั้งที่ 2

4. Pearl Harbor สู่สงครามโลกครั้งที่ 2

ด้วยตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ระหว่างแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและเอเชีย ฮาวายจึงเป็นฐานทัพที่สำคัญมาช้านานในวันที่ 7 ธันวาคมปี 1911 กองทัพญี่ปุ่นได้ทำการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ซึ่งเป็นฐานทัพเรือใกล้กับเกาะโฮโนลูลูของฮาวาย การโจมตีดังกล่าวได้ทำลายเรือรบไปเกือบ 20 ลำ และได้สังหารทหารอเมริกันมากกว่า 2,300 นาย

หลังจากเหตุการณ์การโจมตี ทางด้านฮาวายก็ประกาศกฎอัยการศึกแทบจะทันทีและหนึ่งวันหลังจากการโจมตีประธานาธิบดีแฟรงกิ้นเดลาโนโรสเวล ก็ประกาศสงครามกับญี่ปุ่นและทำให้วันที่ 11 ธันวาคมปีเดียวกัน ประเทศเยอรมนีและอิตาลี ซึ่งเป็นพันธมิตรของญี่ปุ่นก็ได้ประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกา จึงทำให้อเมริกาได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ

ประวัติศาสตร์ฮาวาย

จนกระทั่งวันที่ 24 ตุลาคม ปี 1944 ก็ได้ทำการยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาหลังจากเส้นทางสู่การเป็นมลรัฐอันยาวนาน ฮาวายก็ได้เข้าร่วมสหภาพในปี 1959 ในฐานะรัฐที่ 50 ของสหรัฐอเมริกามาจนถึงทุกวันนี้ กลุ่มชนพื้นเมืองฮาวายบางกลุ่มยังคงไม่เห็นด้วยกับการรวมดินแดนในครั้งนี้และยังโต้แย้งว่าฮาวายยังคงเป็นอาณาจักรอิสระ

ฮาวาย

5. ดินแดนของนักท่องเที่ยว

เมื่อต้นศตวรรษที่ 21 ยักษ์ใหญ่ด้านเกษตรกรรม อย่างเช่น สวนสับปะรดของเดลมอนเต ที่เคยเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจก็ได้ย้ายออกจากฮาวายเพื่อหาพื้นที่เพาะปลูกที่มีต้นทุนที่ถูกกว่า จึงทำให้การท่องเที่ยวและกองทัพสหรัฐฯนั้นขึ้นมาเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจฮาวายในปัจจุบัน

ด้วยทำเลที่สวยงามและสภาพอากาศที่ปลอดโปร่ง รัฐนี่จึงเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และคนมีชื่อเสียงมากมายและจากแหล่งข้อมูลก็ชี้ให้เห็นว่าฮาวายเป็นรัฐหนึ่งที่มีราคาบ้านและที่ดินที่สูงกว่ารัฐใดๆในสหรัฐอเมริกา

สนับสนุนโดย :: ufa8th